ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน
ยาคุมกำเนิด เข้าใจให้ถูก ก่อนเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน คือยาเม็ดที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศหญิง ใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ โดยยาคุมชนิดที่ใช้ทั่วไปเป็นชนิดฮอร์โมนขนาดต่ำซึ่งคาดหวังผลด้านการคุมกำเนิดได้ดี เมื่อรับประทานอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
การเลือกใช้ยาคุมไม่ควรมองแค่เรื่องป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ควรเข้าใจด้วยว่ายานี้ทำงานอย่างไร ต้องรับประทานแบบไหน มีข้อควรระวังอะไร และเหมาะกับร่างกายของเราหรือไม่
คุณควรรู้ก่อนเริ่มใช้
ยาคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ไม่มีวิธีคุมกำเนิดใดที่ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% ประสิทธิภาพของแต่ละวิธียังขึ้นอยู่กับการใช้อย่างถูกต้อง และการใช้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจมีปัจจัยอย่างการลืมรับประทานยาเข้ามาเกี่ยวข้อง
ก่อนเริ่มใช้ ควรเข้าใจเรื่องสำคัญ
- ต้องรับประทานทุกวันในเวลาใกล้เคียงกัน
- หากลืมรับประทานยา ความเสี่ยงตั้งครรภ์จะเพิ่มขึ้น
- ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกชนิดยาที่เหมาะกับตัวเอง
การตั้งครรภ์เกิดขึ้นอย่างไร
การตั้งครรภ์เกิดขึ้นเมื่อไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูกและเจริญเติบโตต่อไป โดยกระบวนการนี้เริ่มจากการตกไข่ การปฏิสนธิ และการฝังตัว
ในช่วงตกไข่ ไข่จะเจริญเติบโตในฟอลลิเคิลภายในรังไข่ เมื่อเจริญเต็มที่ ไข่จะถูกปล่อยออกจากฟอลลิเคิลและเคลื่อนไปยังท่อนำไข่เพื่อรอพบอสุจิ โดยอายุของไข่โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 24 ชั่วโมง
เมื่อมีเพศสัมพันธ์ อสุจิจะถูกหลั่งเข้าไปในช่องคลอดและเคลื่อนที่ไปยังท่อนำไข่ อายุของอสุจิโดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 5 วัน แม้จะมีอสุจิจำนวนมากถูกปล่อยออกมาในแต่ละครั้ง แต่มีเพียงอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่มีโอกาสพบกับไข่ กระบวนการที่อสุจิเข้าไปในไข่เรียกว่า การปฏิสนธิ
หลังการปฏิสนธิ ตัวอ่อนจะเริ่มแบ่งเซลล์และเดินทางเข้าสู่มดลูก จากนั้นประมาณ 7 วัน จะฝังตัวลงในเยื่อบุโพรงมดลูก กระบวนการนี้เรียกว่า การฝังตัว และเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งครรภ์
วิธีการคุมกำเนิดมีอะไรบ้าง
การคุมกำเนิดมีหลายวิธี แต่ละวิธีมีรูปแบบการใช้งานและประสิทธิภาพแตกต่างกัน วิธีที่กล่าวถึงในข้อมูล ได้แก่ ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน อุปกรณ์คุมกำเนิดในมดลูก ถุงยางอนามัย วิธีนับวันปลอดภัย และการทำหมัน
ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน เป็นยาฮอร์โมนสำหรับผู้หญิง ต้องใช้ตามคำแนะนำของแพทย์
อุปกรณ์คุมกำเนิดในมดลูก คือห่วงอนามัยคุมกำเนิดที่สอดเข้าไปในมดลูก มีชนิดที่มีฮอร์โมนและไร้ฮอร์โมน
ถุงยางอนามัย เป็นถุงบางที่สวมใส่ที่อวัยวะเพศชาย
วิธีนับวันปลอดภัย อาศัยการวัดอุณหภูมิร่างกายขณะพักทุกวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูง วิธีนี้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดค่อนข้างต่ำ
การทำหมัน เป็นการผ่าตัดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ โดยในผู้หญิงจะผูกท่อนำไข่ และในผู้ชายจะผูกท่ออสุจิ
สิ่งสำคัญคือ ไม่มีวิธีคุมกำเนิดใดที่มีประสิทธิภาพ 100% ดังนั้นควรเลือกวิธีที่เหมาะกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของแต่ละคน
ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมชนิดรับประทานคืออะไร
ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมชนิดรับประทาน หรือ COC คือยาเม็ดที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศหญิง 2 ชนิด ได้แก่ เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน โดยยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานที่ใช้ทั่วไปมักเป็นชนิดฮอร์โมนขนาดต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียง
จุดเด่นของยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานคือ คาดหวังผลในการคุมกำเนิดได้สูง เพราะออกฤทธิ์หลักในการยับยั้งการตกไข่ เมื่อไม่มีการตกไข่ โอกาสที่ไข่จะพบกับอสุจิและเกิดการปฏิสนธิก็ลดลง
อย่างไรก็ตาม ยาคุมกำเนิดมีหลายประเภท และแต่ละคนอาจเหมาะกับยาคนละแบบ การเลือกชนิดยาจึงควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกร ไม่ควรเลือกใช้เองโดยดูจากผู้อื่นเพียงอย่างเดียว
ยาคุมทำงานอย่างไร
ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานทำงานผ่าน 3 กลไกหลักที่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์
ยับยั้งการตกไข่
เมื่อรับประทานยาคุม ระดับฮอร์โมนเพศหญิงในเลือดจะเพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะคล้ายกับการตั้งครรภ์ สมองจึงหยุดส่งสัญญาณให้เกิดการตกไข่ เมื่อไม่มีการตกไข่ ก็ไม่มีไข่ให้ปฏิสนธิกับอสุจิ
ป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าสู่มดลูก
ฮอร์โมนในยาทำให้บริเวณทางเข้ามดลูกเปลี่ยนแปลง จึงช่วยป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปในมดลูกได้ง่าย
ทำให้ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิฝังตัวได้ยากขึ้น
แม้ในกรณีที่เกิดการตกไข่และมีการปฏิสนธิ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนยังทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะต่อการฝังตัวของตัวอ่อน
การทำงานร่วมกันของทั้ง 3 กลไกนี้ ทำให้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมชนิดรับประทานเป็นวิธีคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือเมื่อใช้อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
วิธีรับประทานยาคุม
หลักสำคัญของการใช้ยาคุมกำเนิดคือ รับประทานวันละครั้ง พร้อมน้ำเปล่าหรือน้ำอุ่น และควรรับประทานในเวลาเดียวกันทุกวัน
แนะนำให้เริ่มกินภายในวันที่ 5 ของวันที่มีประจำเดือน โดยนับวันแรกที่มีประจำเดือนเป็นวันที่ 1 หลังจากเริ่มกินแล้ว ควรกินต่อเนื่องทุกวันในช่วงเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เพื่อประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดดีที่สุด
ประเภทของยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม
ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมชนิดรับประทานแบ่งได้หลายแบบ โดยแบบที่ควรรู้เบื้องต้นคือการแบ่งตามจำนวนเม็ดในแผง และการแบ่งตามปริมาณฮอร์โมนในแต่ละเม็ด
แบบ 21 เม็ด
รับประทานต่อเนื่อง 21 วัน จากนั้นหยุด 7 วัน แล้วเริ่มรับประทานแผงใหม่หลังจากครบช่วงหยุดยา ในช่วงหยุดยาจะเป็นช่วงที่มีเลือดประจำเดือนออก
แบบ 28 เม็ด
รับประทานต่อเนื่อง 28 วัน โดยยา 7 เม็ดสุดท้ายเป็นยาหลอกซึ่งไม่มีส่วนประกอบของฮอร์โมน เมื่อหมดแผงแล้วให้ทานต่อเนื่องเริ่มแผงใหม่ทันทีโดยไม่ต้องหยุดพัก เลือดมักเกิดขึ้นในช่วงที่เริ่มรับประทานยาหลอก
ผลข้างเคียงที่อาจพบ
ในช่วง 3 เดือนแรกหลังเริ่มรับประทานยาคุม อาจมีผลข้างเคียงบางอย่างเกิดขึ้นได้ เช่น คลื่นไส้เล็กน้อย เจ็บเต้านม ปวดศีรษะ หรือมีเลือดออกนอกเหนือจากประจำเดือน อาการเหล่านี้มักดีขึ้นเมื่อใช้ยาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หากอาการรุนแรง หรือเป็นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินความปลอดภัย และแต่ละคนตอบสนองต่อฮอร์โมนแตกต่างกัน
อาการที่ควรระวังเป็นพิเศษ
แม้จะพบได้น้อยมาก แต่ผลข้างเคียงร้ายแรงอย่างหนึ่งที่ต้องระวังคือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นภาวะที่ลิ่มเลือดก่อตัวขึ้นและอุดตันหลอดเลือด
หากมีอาการ เช่น ขาบวมแดงผิดปกติ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออกเฉียพลัน ปวดศีรษะรุนแรง หรือตามัว ควรหยุดรับประทานยาและไปพบแพทย์ทันที
ข้อควรระวังเรื่องการสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ขณะรับประทานยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมชนิดรับประทาน มีรายงานว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง เช่น ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปและสูบบุหรี่ 15 มวนขึ้นไปต่อวัน ไม่สามารถรับประทานยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมได้ และผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดควรเลิกสูบบุหรี่
หากลืมรับประทานยา ควรทำอย่างไร
การลืมกินยาคุมกำเนิดมีได้หลายกรณี หาก
ลืมกินเม็ดยาที่ไม่มีฮอร์โมน (เม็ดแป้ง) ให้แกะเม็ดที่ลืมทิ้งไป และวันถัดไปให้กินเม็ดที่เหลือได้ตามปกติ
ลืมกินเม็ดยาที่มีฮอร์โมน 1 เม็ด ให้กินเม็ดที่ลืมทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดต่อไปตามเวลาปกติ
ลืมกินเม็ดยาที่มีฮอร์โมน 2 เม็ดขึ้นไป ให้กินเม็ดสุดท้ายที่ลืมทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดต่อไปตามเวลาปกติ นั่นคือในวันนั้นจะกินยารวมเป็น 2 เม็ด ส่วนเม็ดก่อนหน้านั้นที่ลืมกินให้ทิ้งไป และให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยจนกว่าจะกินยาฮอร์โมนครบ 7 วัน และควรดูว่า
• ถ้าเม็ดที่ลืมเป็นเม็ดแรกของแผง กรณีมีเพศสัมพันธ์ให้กินยาคุมฉุกเฉินและให้เพศชายใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน 7 วัน
• ถ้าเม็ดที่ลืมเป็นเม็ดสุดท้ายของแผง กรณี 21 เม็ด เมื่อกินแผงนั้นหมดให้เริ่มแผงใหม่เป็นเม็ดฮอร์โมนทันที โดยไม่ต้องเว้น 7 เม็ด
• กรณี 28 เม็ด ให้ทิ้งเม็ดที่ไม่มีฮอร์โมนไปเลย และเริ่มกินยาคุมกำเนิดแผงใหม่ในวันถัดไป
ทำอย่างไรไม่ให้ลืมรับประทานยา
ควรเลือกเวลาที่สะดวกและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น ก่อนนอน หลังตื่นนอน หรือหลังอาหารกลางวัน แล้วรับประทานเวลาเดิมทุกวัน เพื่อสร้างเป็นกิจวัตร
นอกจากนี้สามารถใช้ตัวช่วย เช่น นาฬิกาปลุกในสมาร์ทโฟน หรือแอปพลิเคชันที่มีการแจ้งเตือน เพื่อช่วยลดโอกาสลืมรับประทานยา
ใช้ยาคุมระยะยาวได้ไหม
โดยทั่วไป มีรายงานว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานานปลอดภัยสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ใช้ยา ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำ
ยาคุมกับความเสี่ยงมะเร็ง
องค์การอนามัยโลกรายงานว่าการใช้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมชนิดรับประทานช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและมะเร็งลำไส้ ส่วนความสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกยังไม่ชัดเจน และมีรายงานว่าความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามระยะเวลาการใช้ยา
เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV การฉีดวัคซีน และการตรวจคัดกรองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนมะเร็งรังไข่ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่ามะเร็งปากมดลูก เป็นที่ทราบว่าการใช้ยาคุมกำเนิดช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับมะเร็งเต้านม ไม่พบความแตกต่างของอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมกับการใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิด
ถ้าอยากตั้งครรภ์ในอนาคต
หากหยุดรับประทานยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ หากใช้ยาคุมเป็นเวลานาน อาจต้องใช้เวลาสักระยะกว่าการตกไข่และประจำเดือนตามธรรมชาติจะกลับมา แต่โดยทั่วไปจะกลับมาภายใน 3 เดือน
ยาคุมฉุกเฉินต่างจากยาคุมกำเนิดอย่างไร
ยาคุมฉุกเฉิน หรือยาเม็ดรับประทานหลังมีเพศสัมพันธ์ เป็นยาที่ช่วยลดโอกาสตั้งครรภ์เมื่อรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือเมื่อวิธีคุมกำเนิดล้มเหลว
เมื่อเทียบกับยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน ยาคุมฉุกเฉินไม่เหมาะสำหรับการใช้ต่อเนื่อง ทั้งในด้านประสิทธิภาพและค่าใช้จ่าย และไม่สามารถป้องกัน STIs ได้ จึงควรใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น หลังจากใช้ยาคุมฉุกเฉินแล้ว ควรเปลี่ยนไปใช้วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกว่าในระยะยาว
ยาคุมช่วยรักษาอาการปวดประจำเดือนได้ไหม
ข้อมูลระบุว่า ยาที่มีส่วนประกอบเหมือนกับยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมชนิดรับประทานถูกนำมาใช้รักษาอาการปวดประจำเดือน หากต้องการใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อดูแลอาการปวดประจำเดือน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
นัดหมายปรึกษาแพทย์คำถามทั่วไป
Q: ลืมกินยาคุม 1 เม็ดควรทำอย่างไร
หากลืมรับประทานยาเพียง 1 เม็ด ให้รับประทานเม็ดที่ลืมทันทีที่นึกได้ แม้จะเป็นเวลาที่ใกล้กับเม็ดถัดไปก็ตาม จากนั้นสามารถรับประทานยาของวันนั้นตามปกติได้ ซึ่งหมายความว่าในบางวันอาจต้องรับประทานยาพร้อมกัน 2 เม็ดในวันเดียว การลืมเพียง 1 เม็ดโดยทั่วไปยังไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาอย่างมีนัยสำคัญ แต่ควรพยายามกลับมากินยาให้ตรงเวลาในวันถัดไป เพื่อให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายคงที่
Q: ลืมกินยาคุม 2 เม็ดขึ้นไปควรทำอย่างไร
ลืมกินเม็ดยาที่มีฮอร์โมน 2 เม็ดขึ้นไป ให้กินเม็ดสุดท้ายที่ลืมทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดต่อไปตามเวลาปกติ นั่นคือในวันนั้นจะกินยารวมเป็น 2 เม็ด ส่วนเม็ดก่อนหน้านั้นที่ลืมกินให้ทิ้งไป และให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยจนกว่าจะกินยาฮอร์โมนครบ 7 วัน ถ้าเม็ดที่ลืมเป็นเม็ดแรกของแผง กรณีมีเพศสัมพันธ์ให้กินยาคุมฉุกเฉินและให้เพศชายใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน 7 วัน ถ้าเม็ดที่ลืมเป็นเม็ดสุดท้ายของแผง กรณี 21 เม็ด เมื่อกินแผงนั้นหมดให้เริ่มแผงใหม่เป็นเม็ดฮอร์โมนทันที โดยไม่ต้องเว้น 7 เม็ด กรณี 28 เม็ด ให้ทิ้งเม็ดที่ไม่มีฮอร์โมนไปเลย และเริ่มกินยาคุมกำเนิดแผงใหม่ในวันถัดไป
Q: กินยาคุมกำเนิดต่อเนื่องนาน ๆ ได้ไหม
โดยทั่วไป ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานสามารถใช้ต่อเนื่องในระยะยาวได้อย่างปลอดภัยสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ หากไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม การใช้ยาฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การติดตามสุขภาพเป็นระยะ เช่น การตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ หรืออย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาในระยะยาว รวมถึงตรวจหาปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามอายุหรือพฤติกรรม
Q: หากหยุดยาคุมแล้ว จะสามารถตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่
หลังจากหยุดรับประทานยาคุมกำเนิด ร่างกายจะค่อย ๆ กลับเข้าสู่ระบบฮอร์โมนตามธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่การตกไข่และรอบเดือนจะกลับมาเป็นปกติภายในประมาณ 1-3 เดือน ซึ่งหมายความว่าสามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากนั้น อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการฟื้นตัวของร่างกายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน หากวางแผนตั้งครรภ์ อาจรอให้รอบเดือนกลับมาสม่ำเสมอก่อนเพื่อความแม่นยำในการนับรอบเดือน
Q: ยาคุมฉุกเฉินสามารถใช้แทนยาคุมกำเนิดแบบปกติได้ไหม
ไม่ควรใช้แทนกัน ยาคุมฉุกเฉินถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น เช่น เมื่อการคุมกำเนิดล้มเหลว หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ยานี้มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ แต่ไม่สามารถป้องกันได้อย่างสม่ำเสมอเหมือนยาคุมกำเนิดแบบรับประทานปกติ อีกทั้งยังไม่เหมาะกับการใช้ต่อเนื่องทั้งในด้านประสิทธิภาพและค่าใช้จ่าย หากต้องการคุมกำเนิดระยะยาว ควรเลือกวิธีที่เหมาะสมและมีความสม่ำเสมอมากกว่า เช่น ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานหรือวิธีอื่นตามคำแนะนำของแพทย์ จากการศึกษาการใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อย ๆ เพิ่มความเสี่ยงการตั้งครรภ์นอกมดลูกในอนาคตอีกด้วย