การติดเชื้อ HPVภัยเงียบที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

การติดเชื้อไวรัส HPV อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่แสดงอาการในระยะแรก
แต่ในบางกรณีอาจนำไปสู่โรคร้ายแรง เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งปากมดลูก
หรือมะเร็งในระบบสืบพันธุ์สตรี

ภาพจำลองไวรัส HPV ผู้หญิงยิ้มในชุดออกกำลังกายสีม่วง

คุณควรกังวลหรือไม่?

ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์ หากมีอาการหรือปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้

มีคู่นอนหลายคน
มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
มีเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์
คัน แสบ หรือระคายเคืองในช่องคลอด
ภาพประกอบปากมดลูกและการติดเชื้อ HPV

เชื้อไวรัส HPV คืออะไร

ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) เป็นไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยบางสายพันธุ์อาจทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งทวารหนัก

การติดเชื้อมักเกิดจากการสัมผัสทางผิวหนังหรือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน ผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการในช่วงแรก การตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญอย่างมาก

อาการของการติดเชื้อ HPV

การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่อาจไม่แสดงอาการ แต่บางรายอาจพบอาการดังต่อไปนี้

มีหูดหงอนไก่หรือรอยนูนผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ
คันหรือแสบในช่องคลอด
มีเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์
รู้สึกระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ

หูดหงอนไก่เกิดจาก HPV จริงไหม?

คำตอบคือ“จริง”

เชื้อ HPV บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ 6 และ 11 สามารถก่อให้เกิด “หูดหงอนไก่” ได้ ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย

หูดหงอนไก่มีลักษณะอย่างไร

ลักษณะที่สังเกตได้

  • เป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก
  • อาจขึ้นเดี่ยวหรือหลายตุ่มรวมกัน
  • มีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ
  • สีชมพูหรือสีเดียวกับผิวหนัง

การแพร่เชื้อ

  • การสัมผัสทางผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • การสัมผัสทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก

ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต

แม้หูดหงอนไก่จะไม่ใช่มะเร็ง แต่สามารถส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น ทำให้เกิดความกังวลหรือความไม่มั่นใจ ระคายเคืองหรือเจ็บขณะสัมผัส และเพิ่มโอกาสแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV

การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันเป็นช่องทางหลักในการแพร่เชื้อ
จำนวนคู่นอนยิ่งมีคู่นอนมาก ความเสี่ยงยิ่งสูง
ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกัน

วิธีป้องกันการติดเชื้อ HPV

ฉีดวัคซีน HPV

วัคซีน HPV ช่วยป้องกันสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก มะเร็งในระบบสืบพันธุ์ และหูดหงอนไก่ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงอายุและจำนวนเข็มที่เหมาะสม

ใช้ถุงยางอนามัย

ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ แม้อาจไม่สามารถป้องกันได้ 100%

ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

ผู้หญิงควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและตรวจหาเชื้อ HPV ตามคำแนะนำของแพทย์

ดูแลสุขภาพร่างกาย

รักษาระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และงดสูบบุหรี่

หากตรวจพบ HPV Positive ควรทำอย่างไร

การตรวจพบเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งทันที แต่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมจากแพทย์ แนวทางดูแลหลังตรวจพบเชื้อ ได้แก่

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงรายบุคคล และตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น เซลล์วิทยา วิเคราะห์สายพันธุ์ หรือการส่องกล้อง
  • ดูแลตัวเองด้วยการนอนให้พอ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
  • พิจารณาการฉีดวัคซีนหรือการดูแลเฉพาะทางตามคำแนะนำของแพทย์
  • ตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพราะเชื้อ HPV ไม่ทำให้เป็นมะเร็งในทันที และมักใช้เวลาหลายปีกว่าจะพัฒนาเป็นความผิดปกติรุนแรง

ในหลายกรณี ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เอง แต่บางสายพันธุ์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหากปล่อยไว้นาน

หากไม่ได้รับการดูแลหรือรักษา

การติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ

  • มะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งช่องคลอด
  • มะเร็งทวารหนัก
  • การเกิดหูดหงอนไก่ซ้ำ

การตรวจคัดกรองและติดตามอย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญในการลดความเสี่ยงระยะยาว

Q&A คำถามที่พบบ่อย

ติดต่อผ่านการสัมผัสทางผิวหนังและการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก และทางปาก

ไม่เสมอไป เพราะร่างกายคนส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อได้เอง แต่บางสายพันธุ์อาจเพิ่มความเสี่ยงหากติดเชื้อเรื้อรัง

ได้ โดยอาจไม่มีอาการ หรือ แสดงอาการของโรคได้ไม่ว่าจะเป็นหูดหงอนไก่, มะเร็งระบบสืบพันธุ์, มะเร็งช่องปากและลำคอ

ยังควรตรวจตามคำแนะนำของแพทย์ การตรวจคัดกรองเป็นกระบวนการมาตรฐานไม่ว่าจะฉีด HPV วัคซีนมาแล้วหรือไม่ก็ตาม เพราะการแพทย์สามารถตรวจเช็คได้หลายๆเรื่อง ที่นอกเหนือจากมะเร็งปากมดลูก ที่สำคัญวัคซีนเองก็ไม่ได้ครอบคลุมเชื้อ HPV ได้ทุกสายพันธุ์ และไม่มีวัคซีนใดที่มีประสิทธิภาพ 100%

สามารถติดเชื้อซ้ำได้ โดยเฉพาะหากยังมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ